บทที่ 8 เพื่อบ้านของเรา
เย็นวันนั้น หลังจากกลับจากห้าง เตมินทร์กลับมาถึงบ้านก่อนแม่
เขายืนอยู่หน้าประตูรั้วอยู่นาน แต่กลับไม่ยอมเดินเข้าไปข้างใน ทิชาที่เดินกลับมาด้วยกันสังเกตเห็นท่าทางของเขา จึงไม่ได้ถามอะไร เธอเพียงเดินมานั่งลงข้างๆ บนม้านั่งหน้าบ้าน
เวลาผ่านไปพักใหญ่ เตมินทร์ยังคงนั่งเงียบ
“พี่มินทร์”
“หือ?”
“วันนี้อากาศดีเนอะ”
เขาหันไปมองเธอเล็กน้อย
“อือ”
“แล้วเมื่อกี้ชาเล่นเกมชนะพี่มินทร์ตั้งสองรอบด้วย”
“พี่ปล่อยให้ชาชนะต่างหาก”
“ไม่จริง พี่มินทร์แพ้เองต่างหาก”
“เถียงเก่งจริงนะเรา”
ทิชาหัวเราะเบาๆ เธอพยายามชวนเขาคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ ทั้งเรื่องเกม ขนมที่กินตอนอยู่ห้าง หรือแม้แต่การ์ตูนเรื่องใหม่ที่เธอเพิ่งอ่านจบ
เตมินทร์ก็ตอบบ้างไม่ตอบบ้าง แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่ได้ไล่เธอไปไหน
ทิชามองใบหน้าของเขาอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างลังเล
“พี่มินทร์”
“อะไรอีก”
“คืนนี้...พี่มินทร์มานอนกับชาที่บ้านไหม?”
เป๊าะ!
นิ้วของเตมินทร์ดีดลงบนหน้าผากของเธอทันที
“โอ๊ย!”
ทิชายกมือขึ้นกุมหน้าผาก
“พูดอะไรของชาออกมาเนี่ย เป็นเด็กเป็นเล็ก จะชวนผู้ชายคนอื่นเข้าบ้านแล้วหรือไง?”
“แต่พี่มินทร์ไม่ใช่ผู้ชายคนอื่นสักหน่อย”
เด็กหญิงเถียงกลับทันที
เตมินทร์ชะงักไปเล็กน้อย
“ก็...พี่มินทร์เป็นพี่ของชาไง ชาเห็นพี่มินทร์ดูเศร้าๆ”
เธอพูดพลางขยับเข้าไปใกล้
“ถ้าพี่มินทร์ไม่อยากเข้าบ้าน พี่มินทร์ก็มานอนค้างที่บ้านชาไง”
“...”
“ชารับรองว่าพี่มินทร์—”
“พอเลยๆ”
เตมินทร์รีบพูดแทรกขึ้นมา ก่อนที่เธอจะพูดจบ เขารู้ว่ายัยตัวแสบตรงหน้ากำลังพยายามปลอบเขา แม้จะเลือกวิธีที่แปลกไปหน่อยก็ตาม
“พี่ไม่เป็นไร”
“แน่ใจนะ?”
“อือ”
ทิชามองหน้าเขาอย่างไม่เชื่อ
“แต่เมื่อกี้พี่มินทร์ทำท่าเหมือนจะร้องไห้เลย”
“ใครร้อง?” เตมินทร์รีบหันหน้าหนี “พี่ไม่ได้จะร้องสักหน่อย ชาอย่ามาพูดมั่วนะ”
ทิชามองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะขยับเข้าไปกอดเด็กหนุ่มโดยไม่ทันให้เขาตั้งตัว
“มาๆ ชากอด”
เตมินทร์นิ่งไปทันที
“พี่มินทร์ไม่เป็นไรนะ” แขนเล็กๆ โอบรอบตัวเขาอย่างเต็มแรง “เพราะพี่มินทร์ยังมีชานะ”
คำพูดนั้นทำให้เด็กหนุ่มเงียบลง
ทิชาพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังราวกับกำลังให้คำสัญญาสำคัญที่สุดในชีวิต
“ชาสัญญาว่าชาจะอยู่กับพี่มินทร์ตลอดเลย ไม่หนีไปไหน"
เตมินทร์ก้มมองเด็กหญิงที่กำลังกอดเขาอยู่ ความรู้สึกหนักอึ้งในอกยังไม่หายไปทั้งหมด แต่กลับมีบางอย่างอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด
“เพราะงั้น...” ทิชาพูดต่อ “ถ้าพี่มินทร์เป็นแบบนี้อีก พี่มินทร์ก็มากอดชานะ”
“...”
“แม่ชาบอกว่า เวลารู้สึกไม่สบายใจหรือเศร้า ถ้าได้กอด ความรู้สึกแย่ๆ แบบนั้นจะหายไปเลย”
เตมินทร์หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลับจากห้าง
“แม่ชาสอนอะไรแปลกๆ อีกแล้ว”
“ไม่ได้แปลกนะ”
“แล้วมันหายจริงเหรอ?”
“จริงสิ” ทิชาพยักหน้าอย่างมั่นใจ “เพราะตอนชาเศร้า แม่ก็กอดชา แล้วชาก็หายเศร้า”
เตมินทร์ไม่ได้พูดอะไรอีก เขาเพียงปล่อยให้เด็กหญิงกอดอยู่แบบนั้น แม้ความหนักอึ้งในอกจะยังไม่หายไปทั้งหมด แต่ความอบอุ่นจากอ้อมแขนเล็กๆ กลับทำให้ความวุ่นวายในหัวของเขาเงียบลงไปได้ชั่วขณะ
อย่างน้อยตอนนี้...เขาก็ไม่ได้อยู่คนเดียว
“พี่มินทร์”
“หือ”
“ดีขึ้นหรือยัง?”
เตมินทร์ก้มมองคนตรงหน้า ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ
“อือ”
ทิชายิ้มออกมาอย่างโล่งใจ
“ถ้าพี่มินทร์ไม่สบายใจอีก ก็มาหาชานะ”
เขามองเธอเงียบๆ
“บ้านชาก็อยู่ตรงนี้เอง”
เตมินทร์หันไปมองบ้านหลังตรงข้าม ก่อนจะหันกลับมามองเด็กหญิงอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าทำไมคำพูดง่ายๆ แค่นั้นถึงทำให้หัวใจของเขารู้สึกอุ่นขึ้นมาได้
เขาเพียงรู้ว่า อย่างน้อยตอนนี้ เขาไม่อยากกลับเข้าไปในบ้านที่เงียบเหงาหลังนั้นเพียงลำพังอีกแล้ว และเป็นครั้งแรกที่เตมินทร์รู้สึกว่า ถ้าวันไหนเขาไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน บ้านหลังตรงข้าม อาจเป็นที่ที่เขาอยากไปมากที่สุด
แต่ความรู้สึกอบอุ่นนั้นอยู่ได้เพียงไม่นาน เพราะทันทีที่เตมินทร์หันกลับไปมองบ้านของตัวเอง ภาพที่เกิดขึ้นในวันนี้ก็ย้อนกลับเข้ามาอีกครั้ง
แม่ของเขา…ผู้ชายคนนั้น และคำโกหกที่แม่พูดกับเขาทางโทรศัพท์
เตมินทร์พยายามหาคำอธิบายให้กับสิ่งที่เห็น บางทีผู้ชายคนนั้นอาจเป็นเพียงคนรู้จักของแม่ บางทีแม่อาจมีเหตุผลบางอย่างที่เขายังไม่รู้
เขาพยายามคิดแบบนั้น เพราะยังไม่อยากเชื่อว่าคนที่เขารักที่สุดจะทำเรื่องแบบนี้ได้จริงๆ ยิ่งนึกไม่ออกด้วยซ้ำว่า ถ้าวันหนึ่งกลับมาถึงบ้านแล้วไม่เจอแม่ เขาจะทำอย่างไร
แต่ถ้าสิ่งที่เขาเห็นวันนี้เป็นเรื่องจริง…แล้วพ่อล่ะ?
ถ้าบอกพ่อ บ้านหลังนี้อาจไม่มีแม่อีกแล้ว แต่ถ้าไม่บอก เขาก็รู้สึกผิดกับพ่อเช่นกัน เขาไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี รู้เพียงว่าเขายังไม่พร้อมเสียแม่ไป
สุดท้าย เตมินทร์จึงเลือกที่จะเงียบ เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ เขาจะเก็บมันเอาไว้ บางทีถ้าไม่มีใครพูดถึงมัน ทุกอย่างอาจกลับมาเป็นเหมือนเดิมก็ได้
เพราะงั้น เพื่อบ้านของเรา...เพื่อครอบครัวของเรา เขาจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก
